วันเสาร์, เมษายน 18, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกเสียงอิสระประชาชนเปิดข้อตกลง16ข้อไม่ใช่การยึดได้ตรงไหนได้พื้นที่ตรงนั้น

เปิดข้อตกลง16ข้อไม่ใช่การยึดได้ตรงไหนได้พื้นที่ตรงนั้น

เผยแพร่

spot_img

แต่ต้องกลับไปเจรจาตามMOU2543 

ข้อตกลงหยุดยิง 16 ข้อ ไทย–กัมพูชา ต้องทำความเข้าใจให้ชัดก่อนว่า ไม่ใช่ข้อตกลงเรื่องการได้–เสียอธิปไตย และไม่ใช่หลักฐานว่า ใครยึดพื้นที่ได้ตรงไหนแล้วจะครอบครองตรงนั้น ข้อตกลงนี้เป็นเพียงการ “หยุดการใช้กำลัง” เพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลายเท่านั้น โดยข้อ 3 ระบุชัดว่า ข้อตกลงหยุดยิง ไม่กระทบต่อการกำหนดเขตแดนระหว่างประเทศ และทุกอย่างต้องถูกส่งกลับไปเจรจาในกลไกเดิม

ข้อ 4 ของข้อตกลงยิ่งตอกย้ำว่า พื้นที่ชายแดนไม่ใช่สนามยึดครองถาวร เพราะเปิดทางให้ พลเรือนกลับไปอยู่บ้านและทำมาหากินได้ตามปกติ หมายความว่า การคงกำลังทหารในจุดที่ยึดไว้ เป็นเพียงมาตรการชั่วคราวด้านความมั่นคง ไม่ใช่การยืนยันสิทธิในดินแดน และไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานทางกฎหมายในอนาคตได้

หัวใจจริงของเรื่องอยู่ที่ว่า สุดท้ายทุกอย่างต้องกลับไปที่ MOU 2543 ซึ่งเป็นกรอบการเจรจาเขตแดนที่ไทยและกัมพูชาลงนามร่วมกัน และ MOU ฉบับนี้ ยึดโยงกับแผนที่มาตราส่วน 1:200,000 เป็นฐานอ้างอิงในการทำงานของคณะกรรมการเขตแดนร่วม (JBC) ไม่ใช่แผนที่ทางทหารมาตราส่วน 1:50,000 ที่ใช้ในสนามรบ

นี่คือจุดที่หลายคนอาจไม่อยากยอมรับความจริงว่า ต่อให้ทหารไทยยึดพื้นที่ได้ในภาคสนามจากแผนที่ 1:50,000 แต่เมื่อเข้าสู่โต๊ะเจรจาตาม MOU 2543 พื้นที่เหล่านั้นอาจไม่มีน้ำหนักทางกฎหมายเลย เพราะกรอบการปักปันเขตแดนสุดท้ายต้องอิงแผนที่ 1:200,000 ตามที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ตามเส้นที่ได้จากการรบ

ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ฝั่งกัมพูชา โดยเฉพาะ ฮุน มาเนต จะออกมาโพสต์ในทำนองว่า การหยุดยิงครั้งนี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเส้นเขตแดนใด ๆ เพราะในเชิงกฎหมาย เกมจะถูกดึงกลับไปที่ MOU 2543 และแผนที่ 1:200,000 ซึ่งเป็นสนามที่กัมพูชามั่นใจมากกว่า

สรุปสั้น ๆ คือ ข้อตกลงหยุดยิงไม่ใช่ชัยชนะเชิงอธิปไตย ไม่ใช่การ “ยึดได้คือได้” พลเรือนกลับบ้านได้ แต่เขตแดนสุดท้ายยังต้องตัดสินกันใหม่บนโต๊ะเจรจา และถ้าไทยยังต้องเดินตามกรอบ MOU 2543 จริง ก็ต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า สิ่งที่ได้จากสนามรบ อาจไม่ถูกนับในสมการสุดท้ายเลยก็ได้ แล้วที่แลกด้วยชีวิตทหารที่ต่อสู้ตามแผนที่ 1:50,000 ก็เหมือนไม่ได้อะไรกลับมา

โดย Surawich Verawan

ข่าวล่าสุด

สหรัฐฯ เตรียมคืนภาษี 1.66 แสนล้านดอลลาร์! หลังศาลฎีกาชี้คำสั่งภาษีผิดกฎหมาย

รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ วางแผนที่จะเริ่มใช้งานระบบสำหรับออกเงินคืนให้แก่ผู้นำเข้าชาวอเมริกันในวันจันทร์ที่ 20 เมษายน เป็นเงินจำนวน 1.66 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

เธอถูกแทง 30 ครั้งโดยชายสองคน แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ 

ขณะนอนจมกองเลือด เธอเขียนชื่อผู้ทำร้ายลงบนพื้นทราย จับศีรษะและลำไส้ไว้ด้วยกัน แล้วคลานไปยังถนนด้วยความมุ่งมั่นที่จะเอาชีวิตรอด ในค่ำคืนหนึ่งของวันที่ 18 ธันวาคม ค.ศ. 1994 หญิงสาววัย 27 ปีชื่อ อลิสัน โบธา (Alison...

ความเป็นจริงทางเศรษฐกิจใหม่-จีนมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่กว่าสหรัฐฯ แล้ว 34% 

ตัวเลขขนาดเศรษฐกิจโลกในปีล่าสุดเผยภาพ “ความเป็นจริงใหม่” เมื่อจีนมีขนาดเศรษฐกิจตามกำลังซื้อใหญ่กว่าสหรัฐฯ ถึงหนึ่งในสาม และรัสเซียขยับขึ้นแซงทั้งญี่ปุ่นและเยอรมนี

เสียงใต้ ไม่ต้องการความรุนแรง

บอกเลยว่านี่คือการ "ดับเครื่องชน" ของแม่ทัพภาคที่ 4 (มทภ.4) ที่ดุเดือด มากครับ เหมือนเป็นการรวบยอดความอัดอั้นของฝั่งความมั่นคงแล้วสวนกลับ ใส่ฝั่งการเมืองแบบ "หมัดฮุค" เข้าเต็มเปา

ข่าวอื่นๆ

The Fate of Empires : ชะตากรรมของจักรวรรดิ

“The Fate of Empires (ชะตากรรมของจักรวรรดิ) อธิบาย จักรวรรดิสหรัฐอเมริกา กำลังอยู่ในระยะที่ 4 หรือ “ยุคเสื่อมทราม” (Age of Decadence) ตามทฤษฎีวัฏจักร ชะตากรรมของจักรวรรดิ

“คนที่สู้ชีวิตอยู่ในไทยมาทั้งชีวิต เสียภาษีทุกเดือน ได้เบี้ยเท่ากันกับคนที่เพิ่งกลับมา”

การมีส่วนร่วมกับระบบ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุไม่ได้ผุดขึ้นมาเอง มันมาจากภาษีของคนที่ทำงาน จ่าย VAT จ่ายภาษีเงินได้ และร่วมสร้างเศรษฐกิจไทยมาตลอด

‘เจฟฟรีย์ แซคส์’ ผู้ลั่นระฆังเตือนภัยสงครามโลกครั้งที่ 3

จากอดีตอัจฉริยะฮาร์วาร์ด เจ้าของฉายา ‘ร็อคสตาร์ทางเศรษฐศาสตร์’ ผู้ร่วมออกแบบวางรากฐานระบบทุนนิยมให้แก่โลกหลังสงครามเย็น สู่การเป็นนักวิพากษ์นโยบายต่างประเทศสหรัฐฯ อย่างเผ็ดร้อนที่สุดในปัจจุบัน