วันเสาร์, เมษายน 18, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกเสียงอิสระประชาชนเมื่อพรมแดนไม่ใช่เส้นศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไป

เมื่อพรมแดนไม่ใช่เส้นศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไป

เผยแพร่

spot_img

*จากเวเนซุเอลา สู่เม็กซิโก  และเงาอิหร่านที่เริ่มชัดขึ้น

รายงานของ The New York Times ที่เปิดเผยว่าสหรัฐฯ กำลังผลักดันแนวคิดส่งกองกำลังเข้าไปปฏิบัติการ ภายในดินแดนเม็กซิโก เพื่อปราบคาร์เทลยาเสพติด ไม่ได้เป็นเพียงข่าวด้านความมั่นคงชายแดนธรรมดา หากแต่เป็นสัญญาณของการเปลี่ยน “กรอบความคิด” ของวอชิงตันต่อคำว่า พรมแดน และ อธิปไตยของรัฐชาติ

ในโลกหลังสงครามเย็น สหรัฐฯ เคยอ้างหลักการไม่แทรกแซงอย่างเป็นทางการ แต่ในทางปฏิบัติ สิ่งที่เราเห็นมาตลอดทศวรรษหลัง คือการขยับเส้นอธิปไตยของประเทศอื่นให้ “บางลง” เมื่อผลประโยชน์ความมั่นคงของอเมริกาเข้ามาเกี่ยวข้องกรณีเม็กซิโกไม่ใช่จุดเริ่มต้น — และอาจไม่ใช่จุดสุดท้าย

จาก “ภัยคุกคามภายใน” สู่ “สิทธิในการข้ามแดน”

เหตุผลที่สหรัฐฯ ใช้ในครั้งนี้ คือการแพร่ระบาดของ เฟตานิล ที่คร่าชีวิตชาวอเมริกันกว่า 70,000 คนต่อปี วอชิงตันมองว่านี่ไม่ใช่ปัญหาอาชญากรรมธรรมดา แต่คือ “ภัยความมั่นคงระดับชาติ” และเมื่อภัยคุกคามถูกนิยามเช่นนั้น เส้นแบ่งพรมแดนก็เริ่มถูกมองว่าเป็นเพียงอุปสรรคทางเทคนิค ไม่ใช่หลักการศักดิ์สิทธิ์

ตรรกะนี้ไม่ต่างจากที่สหรัฐฯ เคยใช้กับ การคว่ำบาตรและกดดันเวเนซุเอลา พร้อมการสนับสนุนปฏิบัติการลับ

การโจมตีเป้าหมายก่อการร้ายในประเทศที่ “รัฐบาลควบคุมพื้นที่ไม่ได้”และล่าสุด การขู่ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน โดยอ้างการคุ้มครองพลเรือนและความมั่นคงโลกเมื่อภัยถูกตีความว่า “ข้ามพรมแดน” การตอบโต้ก็ถูกทำให้ “ข้ามพรมแดนได้เช่นกัน”

เม็กซิโก: เส้นแดงที่วอชิงตันกำลังลองทดสอบ

รัฐบาลของประธานาธิบดี คลอเดีย เชนบอม ปฏิเสธข้อเสนออย่างชัดเจน เพราะการยอมให้ทหารต่างชาติปฏิบัติการในประเทศ ไม่เพียงกระทบอธิปไตย แต่ยังเสี่ยงจุดชนวนกระแสชาตินิยมและความไม่มั่นคงภายใน

แต่ในสายตาวอชิงตัน เม็กซิโกคือกรณี “ใกล้ตัว” ที่สุด มีชายแดนร่วม มีผลกระทบต่อสังคมอเมริกันโดยตรง และรัฐบาลเม็กซิโกถูกมองว่ายังจัดการคาร์เทลไม่ได้เด็ดขาด

หากสหรัฐฯ สามารถ “ขยับเส้น” ในกรณีเม็กซิโกได้สำเร็จ ไม่ว่าจะในรูปแบบ joint task force หรือการปฏิบัติการพิเศษจำกัดพื้นที่ มันจะกลายเป็น precedent อันตรายสำหรับรัฐอื่น ๆ

*อิหร่าน: เป้าหมายที่ยังไม่ถูกพูดตรง ๆ

เมื่อมองจากเวเนซุเอลา → เม็กซิโก → อิหร่าน ภาพเริ่มชัดว่า สหรัฐฯ ในยุคปัจจุบันกำลังเคลื่อนจากการ “กดดันจากภายนอก” ไปสู่การ “พร้อมข้ามเส้น” หากเห็นว่าผลประโยชน์ตนเองถูกคุกคาม

อิหร่านถูกวางในกรอบเดียวกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ระบอบที่ถูกมองว่า “ไร้ความชอบธรรม”

ภัยต่อเสถียรภาพภูมิภาค และเป็นแหล่งกำเนิดปัญหาที่กระทบโลกตะวันตก

เมื่อคำว่าอธิปไตยถูกลดระดับลงเป็นเพียง “เงื่อนไขหนึ่ง” ไม่ใช่ “หลักสูงสุด” คำถามจึงไม่ใช่ว่า จะทำหรือไม่ แต่คือ เมื่อไหร่ และในรูปแบบไหน

*บทสรุป

ข่าวเม็กซิโกไม่ใช่เรื่องคาร์เทลอย่างเดียว แต่มันสะท้อนโลกที่ รัฐมหาอำนาจเริ่มนิยามพรมแดนใหม่ตามผลประโยชน์ของตน และหากแนวคิดนี้ได้รับการยอมรับมากขึ้น ประเทศที่ถูกมองว่า “อ่อนแอ มีปัญหา หรือสร้างความเดือดร้อนข้ามแดน” จะตกอยู่ในความเสี่ยงเดียวกัน

เม็กซิโกอาจเป็นสนามทดสอบ

อิหร่านอาจเป็นสนามใหญ่

และโลกกำลังอยู่ในยุคที่คำว่า “อธิปไตย” ไม่ได้แข็งแรงเท่าเดิมอีกต่อไป

16 มกราคม 2569 : คัดข่าว/หาดใหญ่

(ที่มา : The New York Times, Reuters, Al Jazeera, The Wall Street Journal,CSIS,Council on Foreign Relations)

ข่าวล่าสุด

สหรัฐฯ เตรียมคืนภาษี 1.66 แสนล้านดอลลาร์! หลังศาลฎีกาชี้คำสั่งภาษีผิดกฎหมาย

รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ วางแผนที่จะเริ่มใช้งานระบบสำหรับออกเงินคืนให้แก่ผู้นำเข้าชาวอเมริกันในวันจันทร์ที่ 20 เมษายน เป็นเงินจำนวน 1.66 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

เธอถูกแทง 30 ครั้งโดยชายสองคน แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ 

ขณะนอนจมกองเลือด เธอเขียนชื่อผู้ทำร้ายลงบนพื้นทราย จับศีรษะและลำไส้ไว้ด้วยกัน แล้วคลานไปยังถนนด้วยความมุ่งมั่นที่จะเอาชีวิตรอด ในค่ำคืนหนึ่งของวันที่ 18 ธันวาคม ค.ศ. 1994 หญิงสาววัย 27 ปีชื่อ อลิสัน โบธา (Alison...

ความเป็นจริงทางเศรษฐกิจใหม่-จีนมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่กว่าสหรัฐฯ แล้ว 34% 

ตัวเลขขนาดเศรษฐกิจโลกในปีล่าสุดเผยภาพ “ความเป็นจริงใหม่” เมื่อจีนมีขนาดเศรษฐกิจตามกำลังซื้อใหญ่กว่าสหรัฐฯ ถึงหนึ่งในสาม และรัสเซียขยับขึ้นแซงทั้งญี่ปุ่นและเยอรมนี

เสียงใต้ ไม่ต้องการความรุนแรง

บอกเลยว่านี่คือการ "ดับเครื่องชน" ของแม่ทัพภาคที่ 4 (มทภ.4) ที่ดุเดือด มากครับ เหมือนเป็นการรวบยอดความอัดอั้นของฝั่งความมั่นคงแล้วสวนกลับ ใส่ฝั่งการเมืองแบบ "หมัดฮุค" เข้าเต็มเปา

ข่าวอื่นๆ

The Fate of Empires : ชะตากรรมของจักรวรรดิ

“The Fate of Empires (ชะตากรรมของจักรวรรดิ) อธิบาย จักรวรรดิสหรัฐอเมริกา กำลังอยู่ในระยะที่ 4 หรือ “ยุคเสื่อมทราม” (Age of Decadence) ตามทฤษฎีวัฏจักร ชะตากรรมของจักรวรรดิ

“คนที่สู้ชีวิตอยู่ในไทยมาทั้งชีวิต เสียภาษีทุกเดือน ได้เบี้ยเท่ากันกับคนที่เพิ่งกลับมา”

การมีส่วนร่วมกับระบบ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุไม่ได้ผุดขึ้นมาเอง มันมาจากภาษีของคนที่ทำงาน จ่าย VAT จ่ายภาษีเงินได้ และร่วมสร้างเศรษฐกิจไทยมาตลอด

‘เจฟฟรีย์ แซคส์’ ผู้ลั่นระฆังเตือนภัยสงครามโลกครั้งที่ 3

จากอดีตอัจฉริยะฮาร์วาร์ด เจ้าของฉายา ‘ร็อคสตาร์ทางเศรษฐศาสตร์’ ผู้ร่วมออกแบบวางรากฐานระบบทุนนิยมให้แก่โลกหลังสงครามเย็น สู่การเป็นนักวิพากษ์นโยบายต่างประเทศสหรัฐฯ อย่างเผ็ดร้อนที่สุดในปัจจุบัน