หน้าแรกเสียงอิสระประชาชนการก่อสร้างทางรถไฟสมัยรัชกาลที่ 5-รัชกาลที่ 7 แม้มีอุปสรรคแต่ได้ระยะทางรวมกว่า 3 พันกม.

การก่อสร้างทางรถไฟสมัยรัชกาลที่ 5-รัชกาลที่ 7 แม้มีอุปสรรคแต่ได้ระยะทางรวมกว่า 3 พันกม.

เผยแพร่

spot_img

การคมนาคมในสยามยุคก่อนนั้นเป็นสิ่งที่ยากลำบากอยู่พอสมควร ดังนั้นการพัฒนารูปแบบการเดินทางจึงมีความสำคัญไม่น้อย เมื่ออิทธิพลของตะวันตกแผ่ขยายมายังดินแดนในแถบเอเชียตะออกเฉียงใต้ สังคมสยามก็ก้าวเข้าสู่สมัยใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 5 เทคโนโลยี ความรู้ความคิดของผู้คนเปลี่ยนไปก่อให้เกิดการพัฒนาในด้านต่างๆ ที่ทำให้สังคมสยามเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง และ รถไฟ ก็เป็นนวัตกรรมที่ทันสมัยในสมัยนั้นและได้กลายเป็นทางเลือกหนึ่งของการเดินทางแบบใหม่

คนไทยเห็นรถไฟครั้งแรกมาจากอังกฤษ ในปี พ.ศ. 2389 ตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 แต่เป็นเพียงรถไฟ “ของเล่น” เท่านั้น ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าวิกตอเรีย พระราชินีอังกฤษได้ทรงจัดส่งรถไฟจำลองเข้ามาถวาย

รถไฟเป็นรูปธรรมขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ปัจจัยที่สำคัญอย่างหนึ่งคือเรื่องของระยะเวลาในการสร้าง เนื่องจากในช่วงนั้นเทคโนโลยียังมีอยู่อย่างจำกัด ด้วยเหตุนี้เองการก่อสร้างจึงเกิดความล่าช้า การเปิดกิจการก็ดำเนินไปอย่างล่าช้า การก่อสร้างทางรถไฟในสมัยก่อนถือว่ามีความยุ่งยากไม่น้อยเช่นกัน อุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อสร้างมีการนำเข้าจากต่างประเทศเป็นหลัก

อย่างไรก็ตามในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการเปิดตอนเดินรถ เฉลี่ยทุก 1 ปีครึ่ง เริ่มเดินรถครั้งแรก ปี พ.ศ. 2439 และมีการขยายเส้นทางการเดินรถไปตลอดจนสิ้นรัชกาลมีทางรถไฟที่เปิดใช้แล้วทั้งสิ้น 932 กิโลเมตรและอยู่ระหว่างการก่อสร้างอีกกว่า 690 กิโลเมตร

ต่อมาในรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว สามารถเปิดตอนเดินรถ ในทุก 6 เดือน ในสมัยนี้มีการรวมกิจการกรมรถไฟสายเหนือ และกรมรถไฟสายใต้ เป็นกรมเดียวกัน เรียกว่า “กรมรถไฟหลวง” โดยให้พระเจ้าน้องยาเธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกรมรถไฟหลวงเป็นพระองค์แรก เมื่อสิ้นรัชกาลทางรถไฟสมัยนั้นมีระยะทางรวมกัน 2,581 กิโลเมตร และยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างอีก 418 กิโลเมตร

ในสมัยรัชกาลที่ 7 มีการเปิดตอนเดินรถ ในทุก 1 ปี ในพ.ศ. 2476 รัฐบาลได้ปฏิวัติการขนส่งระหว่างกรุงเทพฯ กับพื้นที่ปกครองเกือบครึ่งหนึ่งของประเทศด้วยทางรถไฟที่ยาวถึง 3,077 กิโลเมตร จนเป็นที่แล้วเสร็จ

จากข้อมูลในเบื้องต้น หลักฐานทางประวัติศาสตร์ส่วนหนึ่งได้แสดงให้เห็นว่าการก่อสร้างทางรถไฟในสมัยรัชกาลที่ 5 – รัชกาลที่ 7 แม้จะต้องอาศัยการนำเข้าอุปกรณ์จากต่างประเทศเป็นหลัก แม้ว่าอุปสรรคในการขนส่งอุปกรณ์ที่ทำให้ระยะเวลาในการก่อสร้างยืดเยื้อออกไป แต่การดำเนินการก่อสร้างก็ค่อนข้างรวดเร็วเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้นในปัจจุบัน

หากจะมองย้อนกลับไปที่กล่าวว่า การเดินทางด้วยรถไฟช่วยย่นเวลาจริงหรือ? การเดินทางด้วยรถไฟทำความเร็วสูงกว่าความเร็วธรรมชาติเฉลี่ยเกือบ 15 เท่า ซึ่ง แน่นอนอยู่แล้วว่าการก่อสร้างทางรถไฟก็เพื่อหวังการใช้งานเพื่อความสะดวกรวดเร็ว ไม่ว่าจะทางขนส่งคมนาคมการเดินทางหรือด้านอื่นๆ จะว่าไปการพัฒนาในแต่ละยุคสมัยก็ย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามเวลา และการพัฒนาแน่นอนว่าปัจจุบันการคมนาคมขนส่งย่อมรวดเร็วกว่าสมัยก่อนเป็นแน่!

รถไฟสยาม ภาพไปรษณียบัตรเก่าสมัยรัชกาลที่ 5 (ภาพจากหนังสือ “กรุงเทพในอดีต” โดย เทพชู ทับทอง )

 อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ https://www.silpa-mag.com/article/article_15119

ข่าวล่าสุด

จาก “รอง ฯ จะเลื่อยขาผู้ว่า ฯ” กระฉ่อนโซเชียล

ถอดรหัสลับ..บริหารความขัดแย้งเชิงโครงสร้างมหาดไทย มวยล้มต้มคนดูหรือ..ศิลปะการบาลานซ์อำนาจระดับผู้นำ ?

ครม.ไฟเขึยว  คุ้มครองผู้บริโภค ซื้อออนไลน์คืนสินค้าได้

ครม. เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า ยกระดับสิทธิผู้ซื้อ กำหนดมาตรฐานการรับผิดชอบผู้ขายชัดเจนขึ้น (16 มิถุนายน 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. .......

เตือนภัย พลิกโลก  เอลนีโญมาแล้ว !

ปรากฏการณ์ "เอลนีโญ" ได้ก่อตัวขึ้นแล้วในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน โดยแบบจำลองสภาพภูมิอากาศชี้ชัดว่า มีแนวโน้มทวีความรุนแรงอย่างรวดเร็วในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 และอาจกลายเป็นเอลนีโญที่รุนแรงที่สุดในรอบ 70 ปี

เหมือนเกมไต่ลวดสลิงเมืองคาซาน

การเดินทางเยือนสหพันธรัฐรัสเซียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะ ระหว่างวันที่ 16-19 มิถุนายน 2569 ณ เมืองคาซาน กลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่เวทีการเฉลิมฉลองครบรอบ 35 ปีความสัมพันธ์อาเซียน-รัสเซีย

ข่าวอื่นๆ

“รัฐมนตรี” ต้องไม่ใช่ “นักรบอารมณ์” บนเวทีการเมือง

กรณีวิวาทะระหว่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล ในประเด็น “อคติส่วนตัวของรัฐมนตรี” กำลังสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “การเถียงกันทางการเมือง” มันกำลังสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่“อารมณ์” เริ่มแทรกเหนือ “วุฒิภาวะ” และนั่นคือสัญญาณอันตรายของสังคมประชาธิปไตยทุกแห่งในโลก รัฐมนตรีไม่ใช่เพียง “คนชนะเลือกตั้ง” แต่คือ “ผู้ใช้อำนาจรัฐ” ซึ่งหมายความว่าทุกคำพูดทุกท่าทีทุกอคติล้วนส่งผลต่อประชาชนทั้งประเทศ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงออกด้วยความโกรธ...

คนแก่กับหมาแก่…ในวันที่โลกทั้งใบ “ดับสัญญาณ”

เมื่อโลกดับสัญญาณ… คนแก่คือไฟดวงสุดท้าย ชายชราคนหนึ่งถูกไล่ออกจากงาน หลังทำงานดูแลโรงเรียนมานาน 42 ปี เหตุผลสั้นๆคือ “ตอนนี้มีเครื่องอัตโนมัติแล้ว เราไม่มีงบจ่ายบำนาญ”

เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ตั้ง 10 คำถามที่รัฐบาลต้องตอบ แลนด์บริดจ์ ก้าวสู่ความรุ่งเรือง หรือกับดักอธิปไตยที่ผูกมัดอนาคตลูกหลาน?

ตั้งคำถามที่น่ากังวลของโครงการแลนด์บริดจ์ เพื่อให้รัฐบาลไขความกระจ่างให้ประชาชนรับทราบ ก่อนที่จะกลายเป็นภาระผูกพันชั่วชีวิตของคนรุ่นหลาน