•ศาสตราจารย์ เจียง เสวี่ยฉิน (Professor Jiang Xueqin)
ใช้กรอบความคิดของ
นักคิดชาวอังกฤษ Sir John Glubb
ในหนังสือชื่อ “The Fate of Empires
(ชะตากรรมของจักรวรรดิ)
อธิบาย จักรวรรดิสหรัฐอเมริกา
กำลังอยู่ในระยะที่ 4
หรือ “ยุคเสื่อมทราม”
(Age of Decadence)
ตามทฤษฎีวัฏจักร
ชะตากรรมของจักรวรรดิ
Every Empire Dies the Same Way. America Is at Stage Four | By Prof. Jiang Xueqin
ตามทฤษฎีของ Sir John Glubb
บรรดาจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่ในอดีต
มักจะมีอายุเฉลี่ยราว 250 ปี
ศาสตราจารย์เจียง ชี้ว่า ปัจจุบัน สหรัฐอเมริกามีอายุ 249 ปีพอดี
เขาจึงมองว่าปัญหาทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ และปัญหาภายในสหรัฐอเมริกา
ที่เห็นในตอนนี้ จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
แต่เป็นช่วงจังหวะที่ 4 ซึ่งเป็นช่วงของความเสื่อมทราม (Decadence)
ในโครงสร้างวัฏจักรของจักรวรรดิทั้งหลายนั่นเอง…. ไม่ว่าจะเป็นจักรวรรดิโรมัน จักรวรรดิอังกฤษ ฯลฯ
ทฤษฎี 5 ช่วงระยะของจักรวรรดิ
(The Five Stages of Empire)
ระยะที่ 1: ยุคพิชิต (Age of Conquest) คศ. 1776 – สงครามโลกครั้งที่สอง
ช่วงนี้ระยะนี้ของสหรัฐอเมริกา โดดเด่นด้วยระเบียบวินัย การเสียสละ และการขยายอำนาจทั้งทางทหารและเศรษฐกิจ
คนอเมริกันในช่วงระยะนั้น พร้อมที่จะทำงานหนักเพื่อสร้างชาติ สร้างสถาบัน และปกป้องอุดมการณ์ของตน
ระยะที่ 2: ยุคพาณิชย์ (Age of Commerce, ทศวรรษ 1950–1960)
ช่วงระยะนี้เป็นยุคทองของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชนชั้นกลางเฟื่องฟู
การผลิตและการค้าเติบโตอย่างรวดเร็ว
สหรัฐฯ กลายเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่ไม่มีคู่แข่ง
ความมั่งคั่งกระจายลงสู่สังคมวงกว้าง
ระยะที่ 3: ยุคมั่งคั่ง (Age of Affluence) จากทศวรรษ 1970 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน)
ความมั่งคั่งที่สะสมมาตั้งแต่ยุคก่อนนำไปสู่ความชะล่าใจ
การบริโภคและความสะดวกสบาย กลายเป็นศูนย์กลางของชีวิต
เกิดการขยายตัวของ “กลุ่มทุนนิยมทหาร–อุตสาหกรรม” (military-industrial complex)
งบประมาณทางทหาร กลุ่มทุน และระบบราชการขนาดใหญ่ เริ่มกำหนดทิศทางประเทศ แต่ค่าจ้าง/รายได้ ประชาชนส่วนใหญ่กลับคงเดิม หรือลดลงเมื่อเทียบกับค่าครองชีพ
ระยะที่ 4: ยุคเสื่อมทราม (Age of Decadence)
ขณะปัจจุบัน ศ.เจียงมองว่าสหรัฐอเมริกา กำลังอยู่ในระยะที่ระบบต่างๆเริ่มหันมาทำลายตัวเองจากภายใน
ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการเมือง เศรษฐกิจ และสื่อ กลายเป็นกลไกที่ตอกย้ำความแตกแยก ความเหลื่อมล้ำ และการเสื่อมถอย มากกว่าจะเป็นเครื่องมือแก้ปัญหา
ทั้งระบบถูกออกแบบหรือบิดเบือน เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชนชั้นนำ มากกว่าจะคำนึงถึงผลประโยชน์ร่วมของสังคมทั้งประเทศ
ระยะที่ 5: การล่มสลาย (Collapse)
ระยะสุดท้ายมักมาพร้อมกับวิกฤตค่าเงิน การสูญเสียพันธมิตร
และอิทธิพลระหว่างประเทศ
ตลอดจนความแตกหักรุนแรงทางการเมืองภายในประเทศ
สถาบันที่เคยทำหน้าที่ค้ำจุนจักรวรรดิเริ่มล้มเหลว
หรือถูกประชาชนถอนความไว้วางใจ
ซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนระเบียบโลกครั้งใหญ่
เสาหลัก 4 เสา แห่งความเสื่อมถอยของสหรัฐอเมริกา
(หัวข้อนี้เป็น “กรอบวิเคราะห์” ที่ศ.เจียงใช้ต่อจากโมเดลของ Glubb
เพื่อให้เห็นโครงสร้างความเสื่อมของจักรวรรดิสหรัฐอเมริกาในยุคปัจจุบัน)
เสาแรก: ระบบการเมืองที่ติดหล่ม
การเมืองสหรัฐฯ อยู่ในภาวะขัดข้องและแตกแยกอย่างรุนแรง พรรคการเมืองหลักทั้งสอง เห็นอีกฝ่ายเป็นศัตรูมากกว่าเป็นคู่ร่วมปกครอง จึงไม่สามารถตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาวได้
นโยบายถูกใช้เป็นตัวประกันของเกมอำนาจระยะสั้น
เสาที่สอง: ทุนนิยมการเงินและความเหลื่อมล้ำ
เศรษฐกิจถูกขับเคลื่อนโดยทุนการเงินขนาดใหญ่ มากกว่าการผลิตจริงและการสร้างนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อคนส่วนใหญ่
ผลคือความมั่งคั่งไหลไปสู่ชนชั้นนำกลุ่มเล็กๆ
ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนขยายตัว
จนกลายเป็นบ่อนทำลาย “สัญญาสังคม” (Social Contract)
ที่เคยทำให้ชาวอเมริกันเชื่อว่า การทำงานหนักสามารถไต่ระดับชีวิตขึ้นไปได้
เสาที่สาม: วัฒนธรรมบริโภคและอัตตาปัจเจก
วัฒนธรรมหลักคือ การบริโภค ความบันเทิง และการแสวงหาความพึงพอใจส่วนตนระยะสั้น มากกว่าหน้าที่ต่อส่วนรวม
ความหมายของ“ความสำเร็จ” ถูกตีกรอบด้วยเงิน ชื่อเสียง และภาพลักษณ์ในโลกออนไลน์ เหนือคุณธรรม ความรับผิดชอบ และการรับผิดชอบต่อสาธารณะ
สิ่งเหล่านี้ กัดกร่อนคุณลักษณะต่างๆ ที่ทำให้จักรวรรดิรุ่งเรือง
เช่น วินัย ความกล้าหาญ และความยับยั้งชั่งใจ
เสาที่สี่: นโยบายต่างประเทศแบบจักรวรรดิที่เกินตัว
สหรัฐอเมริกาแผ่กำลังทางทหารและการเมืองไปทั่วโลก
จนกลายเป็นภาระมหาศาลทั้งด้านงบประมาณ และความชอบธรรม
การทำสงครามยืดเยื้อ การแทรกแซงประเทศอื่น และการรักษาระเบียบโลกแบบฝ่ายเดียว ทำให้พันธมิตรเริ่มลังเล คู่แข่งเริ่มท้าทาย
และประชาชนภายในประเทศเองก็เริ่มตั้งคำถามว่า
“เราทำเพื่ออะไร และเพื่อใคร”
ในภาพรวม ศ.เจียงเสนอว่า
เมื่อมองผ่านเลนส์ “The Fate of Empires”
สหรัฐอเมริกาไม่ได้แค่เผชิญปัญหาชุดเดียว ที่สามารถแก้ด้วยนโยบายเฉพาะหน้า
แต่กำลังอยู่ในช่วงปลายของวัฏจักรจักรวรรดิ
ที่โครงสร้างทางการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และภูมิรัฐศาสตร์
ล้วนร่วมกันผลักประเทศเข้าสู่ยุคเสื่อมถอยอย่างเป็นระบบ



